ถ้าใครอยู่ในวงการไฟฟ้าจะคุ้นเคยกับคำว่า “มาตรฐาน” ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานการออกแบบระบบไฟฟ้า มาตรฐานการติดตั้งไฟฟ้า ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลของสารพัดมาตรฐานก็เพื่อ “ระบบไฟฟ้าที่ดี” แล้วระบบไฟฟ้าที่ดีในทางวิศวกรรมมันหมายถึงอะไร???

ระบบไฟฟ้าที่ดีต้องมีคุณสมบัติโดยสรุปดังนี้

1.ต้องมีความปลอดภัย (Safety) แน่นอนไม่ว่าจะเป็นงานวิศวกรรมแขนงไหน คำว่า Safety เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก ความปลอดภัยในที่นี้หมายความถึง ความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน และ ความปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน(ช่าง หรือ ผู้เกี่ยวข้อง)

2.ระบบไฟฟ้าที่ดีต้องสามารถจ่ายไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องมีเสถียรภาพ (Reliability) โดยคำนึงถึงความสำคัญของการใช้งานระบบไฟฟ้าของโครงการนั้นๆเช่น ถ้าเป็นโรงพยาบาลอาจยอมให้ไฟฟ้าดับหรือตกได้ไม่เกิน 10 วินาที  ถ้าเป็นระบบคอมพิวเตอร์อาจไม่สามารถยอมรับการดับหรือตกของไฟฟ้าได้แม้แต่วินาทีเดียวเป็นต้น ซึ่งการออกแบบระบบไฟฟ้าให้มี Reliability จะขอกล่าวถึงในบทความถัดไป

3.ต้องลงทุนต่ำสุด ข้อนี้ไม่ได้หมายความว่าให้ใช้อุปกรณ์ราคาถูกสุด แต่หมายความว่า ให้ออกแบบระบบโดยสามารถตอบสนองต่อความต้องการของโครงการภายใต้งบประมาณที่กำหนดโดยคงรักษามาตรฐานไว้เป็นสำคัญ

4.ระบบไฟฟ้าต้องมีความยืดหยุ่น (Flexibility) คือ ระบบไฟฟ้าที่ดีต้องสามารถขยายโหลด หรือ ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของโหลดในอนาคตได้ (นี่คือหนึ่งในเหตุผลว่าทำไมเราจึงเห็นมี CB spare )

5.ระบบไฟฟ้าที่ดีต้องคำนึงถึงต้นทุนในการบำรุงรักษาที่ต่ำที่สุด นั่นคือระบบต้องมีเสถียรภาพ และ ใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน เพราะต้นทุนในการบำรุงรักษาไม่ได้มีเฉพาะค่าใช้จ่ายในการแก้ไขระบบไฟฟ้าเท่านั้นแต่รวมถึงต้นทุนทางอ้อมเช่น ค่าความเสียหายที่เกิดจากการตัดวงจรไฟฟ้าเพื่อซ่อมบำรุงโดยเฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น

6.ประสิทธิภาพทางไฟฟ้าสูงสุด นั่นคือ มีควาามสูญเสียทางไฟฟ้าในระบบต่ำ โดยการใช้โหลดที่ค่าความสูญเสียต่ำ รวมถึงการปรับปรุง Power Factor ในระบบด้วย

7.คุณภาพของกำลังไฟฟ้าสูงสุด นั่นคือ ไฟฟ้าต้องสม่ำเสมอ มีฮาร์โมนิกส์ ในระบบน้อย มีระดับแรงดันที่ไม่สวิงจนเกินค่าที่โหลดรับได้